search
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับองค์กร
  • บุคลากร
  • ข่าวองค์กร
  • ถาม-ตอบ
  • สนามกีฬา
  • ติดต่อสอบถาม
  • กิจกรรม

สนามกีฬา

ประวัติสนามกีฬาแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2478 กรมพลศึกษา โดยนาวาโท หลวงศุภชลาศัย อธิบดีกรมพลศึกษาขณะนั้น ทำสัญญาเช่าที่ดินกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดสร้างสนามกีฬาแห่งชาติ โรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษา และสโมสรสถานลูกเสือ โดยเช่าพื้นที่ทั้งหมด 77 ไร่ 1 งาน เป็นระยะเวลา 29 ปี ปีแรกไม่ต้องเสียค่าเช่า แต่ต้องเสียในปีที่สองถึงปีที่ห้าเดือนล่ะ 400 บาท ปีถัดมาเพิ่มตามอัตรารายได้ของสนามกีฬา

วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมพาพันธ์ พ.ศ.2480 คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ประกอบพระราชพิธีวางศิลาฤกษ์กรีฑาสถานแห่งชาติ (ราชกิจานุเบกษา เล่ม 54 หน้า 2831 ) และในปีเดียวกันได้เริ่มสร้างอัฒจันทร์ชั้น 3 ด้านทิศเหนือ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง 170,000 บาท แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2481 โดยอัฒจันทร์สำหรับนั่ง 20 ชั้น มีความจุประมาณ 4,000 คน ใต้อัฒจันทร์มีที่นั่งดู ห้องน้ำทั้งสองด้าน และห้องทำงาน ด้านหน้าของอัฒจันทร์หันสู่ถนนพระราม 1 ตอนกลางทำเป็นรูปพระพลบดีทรงช้างไอราพตขนาดใหญ่สง่างาม ด้านตะวันออกและตะวันตกของอัฒจันทร์ทำเป็นหอคอย ใต้หอคอยมีประตูขนาดใหญ่สำหรับขบวนนักกีฬาเข้าสู่สนาม ด้านตะวันออกชื่อว่าประตูช้าง ด้านตะวันตกชื่อว่าประตูไก่

และในปีเดียวกันได้สร้างอัฒจันทร์ชั้น 1 มีหลังคาคลุมตลอดเป็นรูปเพิงแหงนไม่มีเสาค้ำยันใดๆ กึ่งกลางอัฒจันทร์ได้สร้างที่ประทับสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์ และเหนือที่ประทับประดับด้วยพระมงกุฏไว้อย่างสง่างาม อัฒจันทร์ชั้น 1 นี้อยู่ทางด้านตะวันตก และเหนือที่ประทับขึ้นไปจัดทำเป็นห้องขยายเสียงสำหรับประกาศรายการและผลการแข่งขัน

สถานที่ตั้ง

สนามกีฬาแห่งชาติ เลขที่ 154 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

สนามกีฬาแห่งชาติ ประกอบด้วยสนามกีฬาและอาคารต่างๆดังนี้

สนามศุภชลาศัยกีฑาสถานแห่งชาติ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามจินดารักษ์ิ
อาคารจันทนยิ่งยง สนามเทพหัสดิน อาคาร สมบัติ คุรุพันธ์ นันทนาการ
สนามวอร์ม 200 เมตร ลานกีฬาอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์

แต่เดิมการแข่งขันกรีฑานักเรียน จะจัดอยู่ที่สนามโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ต่อมานาวาโท หลวงศุภชลาศัย ร.น. อธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก ได้ย้ายสนามแข่งขันไปแข่งขันที่ท้องสนามหลวง เมื่อ พ.ศ. 2477 และในปีเดียวกันก็ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินบริเวณตำบลวังใหม่ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรงบริเวณที่เดิมเป็น
วังวินเซอร์ ซึ่งเป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ สร้างพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกฏราชกุมาร เพื่อสร้าง สนามกีฬา และโรงเรียนพลศึกษากลาง สนามกีฬาแห่งใหม่นี้ใช้ชื่อว่า สนามกรีฑาสถาน เริ่มงานตั้งแต่ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 จวบจนแล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ.2484

กรมพลศึกษาย้ายมาอยู่ที่ สนามกีฬาแหงใหม่นี้เมื่อ พ.ศ.2481 พร้อมทั้งย้ายการแข่งขันกรีฑาประชาชนชาย ประจำปี พ.ศ. 2481 จากสนามหลวงมาจัดที่นี่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันท-มหิดล เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน ณ สนามกรีฑาสถานเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2484
กรมพลศึกษา ได้เปลี่ยนชื่อสนามกรีฑาสถาน เป็น สนามศุภชลาสัยกรีฑาสถานแห่งชาติ เพื่อเป็นเกียรติแก่ หลวงศุภชลาศัย ปัจจุบันนิยมเรียกสั้น เพียงว่า สนามศุภชลาศัย หรือสนามกีฬาแห่งชาติ

ปัจจุบัน สนามศุภชลาสัยได้อยู่ในความดูแล ของสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) หรือกรมพลศึกษาเดิม และได้คืนพื้นที่บางส่วนให้เป็นสถานที่เรียน ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และใช้สถานที่บางส่วนเป็นที่ทำการ ของสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงาน สมาคมเกี่ยวกับกีฬา และนันทนาการอื่นๆ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลระดับชาติเฉพาะรอบรองชนะเลิศ หรือรอบชิงชนะเลิศ หรือกีฬาฟุตบอลระหว่างประเทศ
  2. เพื่อใช้ในการแข่งขันกรีฑาระดับชาติ หรือกรีฑาระหว่างประเทศ
  3. เพื่อใช้จัดกิจกรรมทางการกีฬา หรือกิจกรรมอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อลู่วิ่งและอุปกรณ์ประจำสนาม
  4. ซึ่งสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการจะพิจารณาอนุญาตเป็นรายๆไป
  5. การจัดกิจกรรมอื่นๆ ในการให้บริการประชาชน

ผู้มีสิทธิขอใช้สนามศุภชลาศัย

  1. หน่วยงานของทางราชการ สมาคมกีฬาสมัครเล่น หรือหน่วยงานอื่นที่สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการให้ความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
  2. หน่วยงานอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น

ในปี พ.ศ.2485 ช่วงของสงครามเอเชียมหาบูรพา นาวาโท หลวงศุภชลาศัย ร.น. อดีตอธิบดีกรมพลศึกษาได้ย้ายสถานที่ตั้งกรมพลศึกษาไปอยู่ที่วังจันทรเกษม และโรงเรียนพลศึกษากลางไปไว้ที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศต่อมาเมื่อสงครามยุติ มหาเสวกโทพระยาจินดารักษ์ได้ย้ายที่ทำการกรมพลศึกษา กลับมาอยู่ที่สนามศุภชลาศัยในสนามกีฬาแห่งชาติ มีการปรับปรุงพัฒนาและก่อสร้างสนามกีฬาในบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติเพิ่มขึ้น

สนามกีฬาต้นโพธิ์ เป็นสนามกีฬาหนึ่งในสนามกีฬาแห่งชาติ และในปี พ.ศ.2526 ได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อสนามกีฬาต้นโพธิ์ เป็นสนามจินดารักษ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์และเกียรติประวัติแก่ มหาเสวกโทรพระยาจินดารักษ์ (จำลอง สวัสดิชูโต) อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา

วัตถุประสงค์

ใช้ในการแข่งขันกีฬาเอนกประสงค์ และการจัดกิจกรรมอื่นๆ ในการให้บริการประชาชน ปัจจุบันสนามจินดารักษ์ได้ปรับปรุงเป็นสนามทราย เพื่อใช้ฝึกซ้อมในการแข่งขันกีฬาชายหาด



ผู้มีสิทธิขอใช้สนามจินดารักษ์

  1. หน่วยงานของทางราชการ สมาคมกีฬาสมัครเล่น หรือหน่วยงานอื่นที่สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการให้ความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
  2. หน่วยงานอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น

ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2508 ได้ดำเนินการปรับปรุงและจัดสร้างสนามกีฬาต่าง ๆ เพื่อเตรียมการในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 5 ในปี พ.ศ. 2509 โดยใช้ชื่อว่า สนามฮ้อกกี้ และในปี
พ.ศ.2526 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสนามเทพหัสดิน เพื่อเป็นอนุสรณ์และเกียรติประวัติแก่ นายนาค เทพหัสดิน ฯ ณ อยุธยา อดีตรักษาการในตำแหน่ง อธิบดีกรมพลศึกษา

วัตถุประสงค์

สนามเทพหัสดินมีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้แข่งขันกีฬา หรือเพื่อจัดกิจกรรมทางกรีฑา หรือกิจกรรมอื่นๆ กรณีการขอใช้สนามเทพหัสดิน เพื่อจัดกิจกรรมอื่นนั้น กิจกรรมที่จะกระทำต้องมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ขัดต่อความเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน และสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการจะพิจารณาอนุญาตให้ใช้ได้ เมื่อผู้ ขอใช้ได้ทำความตกลง กับสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการเป็นกรณีพิเศษแล้ว

สนามวอร์ม 200 เมตร สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 8 พ.ศ.2521 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ตามระเบียบการแข่งขันกรีฑา จะต้องมีการจัดเตรียมสถานที่ สำหรับการอบอุ่นร่างกายก่อนการแข่งขัน สนามวอร์ม 200 เมตรจึงใช้เพื่อการอบอุ่นร่างกาย สำหรับนักเรียนที่จะลงแข่งขันในสนาม
ศุภชลาศัย และสนามเทพหัสดิน

วัตถุประสงค์

ใช้ในการอบอุ่นร่างกาย ฝึกซ้อม แข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ และการจัดกิจกรรมอื่นๆ ในการให้บริการประชาชน

ในปี 2504 ท่านอธิบดีกรมพลศึกษา (นายกอง วิสุทธารมณ์) ได้ส่งข้าราชการไปศึกษาดูงานการก่อสร้างสระว่ายน้ำ และการพลศึกษา ณ ประเทศฟิลิปปินส์, ฮ่องกง, ไต้หวัน, และญี่ปุ่น เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อนำความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ มาใช้สร้างสระว่ายน้ำให้มีขนาดเท่ามาตรฐานสากลของกีฬาโอลิมปิก มีหอกระโดด และอุปกรณ์สระว่ายน้ำครบถ้วน มีอัฒจันทร์ 2 ด้าน

สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์ เดิมชื่อ สระว่ายน้ำโอลิมปิก ต่อมาชาวพลศึกษารุ่นหลังได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน จึงได้เปลี่ยนชื่อจาก “สระว่ายน้ำโอลิมปิก” เป็น” สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์” เพื่อเป็นเกียรติและเป็นอนุสรณ์สถานแด่ นายกอง วิสุทธารมณ์ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา ผู้ริเริ่มจัดสร้างขึ้น ปัจจุบัน ประชาชนทั่วไป รู้จักสระว่ายน้ำ วิสุทธารมณ์ เป็นอย่างดี เพราะได้สร้างสรรค์
นักว่ายน้ำระดับชาติและนานาชาติที่มีชื่อเสียงมากมาย

วัตถุประสงค์

ใช้ในการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ โปโลน้ำ กีฬากระโดดน้ำ และกิจกรรมอื่นๆ ในการให้บริการประชาชน

ปี พ.ศ. 2506 ได้ดำเนินการ สร้างอัฒจันทร์คอนกรีต ด้านตะวันออก และให้การสนับสนุน สมาคมมวยสมัครเล่น แห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดมวยชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย เป็นครั้งแรก ใช้ชื่อว่ายิมเนเซี่ยม 1 กรีฑาสถานแห่งชาติ และได้เปลี่ยนชื่อยิมเนเซี่ยม 1 เป็นอาคารกีฬานิมิบุตร เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2528 เพื่อเป็นอนุสรณ์และเกียรติประวัติแก่ พลโทเผชิญ นิมิบุตร อดีตอธิบดีกรมพลศีกษา

วัตถุประสงค์

1. ใช้สำหรับการฝึกซ้อมและแข่งขัน
  • อาคารชั้นล่าง ใช้สำหรับฝึกซ้อมและบริหารร่างกาย
  • อาคารชั้นบน ใช้สำหรับการแข่งขันกีฬา วอลเลย์บอล บาสเกตบอล เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน ตะกร้อ ชกมวย ยูโด ฟันดาบ ยิมนาสติก
2. ใช้สำหรับจัดกิจกรรมดังต่อไปนี้
  • กิจกรรมเพื่อกีฬา
  • กิจกรรมอื่นๆซึ่งสำนักงานพัฒนาการกีฬาและ นันทนาการ จะ พิจารณาอนุญาตเป็นรายๆ ไป
  • กิจกรรมอื่น ๆ ในการให้บริการประชาชน
3. ใช้สำหรับแข่งขันกีฬาในร่ม
4. ฝึกสอนและสาธิตกีฬาในร่มต่างๆ
5. กิจกรรมอื่นๆที่ให้บริการประชาชน

ปัจจุบันบริเวณอาคารชั้นล่างของอาคารกีฬานิมิบุตรเป็นที่ตั้งของสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา คลินิกการกีฬา และศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย

ประวัติความเป็นมา

อาคารจันทนยิ่งยงก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2508 ได้ดำเนินการและจัดสร้างสนามกีฬาต่างๆ เพื่อเตรียมการในการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 5 ในปี พ.ศ. 2509 ได้ตั้งชื่อเป็นอาคารจันทนยิ่งยงเพื่อเป็นอนุสรณ์และเกียรติประวัติแก่ หลวงประเวศ วุฑฒศึกษา (นายประเวศ จันทนยิ่งยง) อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา

วัตถุประสงค์

1. ใช้สำหรับการฝึกสอนและซ้อมกีฬาในร่มและบริหารกาย
2. ใช้สำหรับการจัดกิจกรรมดังต่อไปนี้
  • กิจกรรมเพื่อการศึกษา
  • กิจกรรมอื่นๆ ซึ่งสำนักพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ จะพิจารณาอนุญาตเป็นรายๆไป
3. ใช้สำหรับแข่งขันกีฬาในร่ม
4. ฝึกสอนและสาธิตกีฬาในร่มต่าง
5. กิจกรรมอื่นๆ ที่ให้บริการประชาชน


ผู้มีสิทธิขอใช้อาคารจันทนยิ่งยง

  1. หน่วยงานของทางราชการ สมาคมกีฬาสมัครเล่น หรือหน่วยงานอื่นที่สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการให้ความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
  2. หน่วยงานอื่นๆ สโมสร สมาคม ชมรม มูลนิธิ สถาบันต่างๆ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน
  3. ผู้ใช้ต้องทำหนังสืออนุญาตการใช้ ถึงสำนักงานพัฒนาการกีฬา และนันทนาการ ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เมื่อได้รับอนุญาต จากสำนักงานพัฒนาการกีฬา และนันทนาการแล้ว จะต้องมาทำสัญญาก่อนการแข่งขันไม่น้อยกว่า 3 วัน

ปี พ.ศ. 2549 ได้สร้างขึ้นตามนโยบายส่งเสริมและพัฒนานันทนาการ เพื่อให้บริการประชาชนในด้านนันทนาการทุกรูปแบบ

วัตถุประสงค์

ใช้สำหรับให้บริการประชาชนด้านนันทนาการทุกรูปแบบ

ลานกีฬาอเนกประสงค์ เป็นลานกีฬาซึ่งตั้งอยู่หน้าอาคารกีฬา
นิมิบุตร ใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ และให้บริการประชาชน
ในการใช้สถานที่ในการออกกำลังกาย

วัตถุประสงค์

1. ใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ
2. ใช้สำหรับจัดแข่งขันกีฬาต่างๆ
3. ใช้สำหรับให้บริการด้านสถานที่ในการออกกำลังกาย ของประชาชน

ประวัติสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จฯ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา

พ.ศ. 2532 นายปรีดา รอดโพธิ์ทอง อธิบดีกรมพลศึกษาได้ขออนุญาตให้กรมพลศึกษาใช้ที่ราชพัสดุ ตำบคลองรังสิตฝังเหนือ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 189 ไร่ เพื่อสร้างสนามกีฬาชานเมืองและทางกรมธนารักษ์พิจารณาอนุญาต เพื่อเป็นประโยชน์ดังกล่าว

ในปี พ.ศ. 2532 นายโกวิท วรพิพัฒน์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือขอให้นำความกราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ขอพระราชทานพระราชานุญาตใช้ชื่อสนามกีฬาชานเมือง ว่า "สานามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา" ซึ่งกระทรวงศึกษาโดยกรมพลศึกษาได้ดำเนินการจัดทำโครงการสนามกีฬาชานเมือง ขึ้นรวม 4 แห่ง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาศมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ โดยได้รับพระราชทานพระราชานุญาต เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2535

ในปี พ.ศ. 2536 นายสุวิทย์ วิสุทธิสิน อธิบดีกรมพลศึกษาได้ดำเนินการจัดสร้างสนามฟุตบอล เพื่อใช้ประโยชน์ในการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ในปี 3/4.ศ.2541 มีการก่อสร้างสนามต่างๆ เช่น สนามเบสบอล สนามลอนโบว์ ห้องประชุม และหอพักนักกีฬา เพื่อใช้ในการจัดแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ปัจจุบันสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา มีเนื้อที่ 170 ไร่ เนื่องจากได้แบ่งพื้นที่ให้สำนักงานการบริหารการศึกษานอกโรงเรียนจัดตั้งศูนย์ผลิตวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาในปี พ.ศ.2550 สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ฯ ได้มีโอกาสใช้ในการแข่งขันกีฬาต่างๆ เช่น กีฬาฮอกกี้ กีฬาเบสบอล ในระดับนานาชาติ ทั้งการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 24 การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซึ่งนักกีฬาของประเทศไทยประสบความสำเร็จด้วยดี

สถานที่ตั้ง

สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา เลขที่ 131 หมู่ 2 ตำบลธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จฯ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา ประกอบด้วย

อาคารอำนวยการ โรงยิมเนเซี่ยม สนามฟุตบอล
หอพักนักกีฬา สนามเบสบอล สนามลอนโบล์
สนามฮอกกี้ สนามวู้ดบอล
อาคารอำนวยการ เป็นอาคาร 2 ชั้น ประกอบด้วย
1. สำนักงานสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ฯ
2. ห้องฝึกอบรมของสถาบันพัฒนาบุคลากร
3. สำนักงานศูนย์การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี
4. ห้องประชุม 2 ห้องและห้องประชุมใหญ่ 1 ห้อง
สนามฟุตบอล ประกอบด้วย
1. อาคารอัฒจันทร์สนามฟุตบอล สนาม 1 พร้อมลู่วิ่ง และไฟส่อง
    สนาม 4 เสา ๆ ละ 7 ดวง
  • เป็นอาคาร 2 ชั้น
  • อัฒจันทร์ประธาน บรรจุผู้ชม ได้ 200 คน และ อัฒจันทร์คบเพลิง บรรจุผู้ชมได้ 3,000 คน
  • ห้องพักนักกีฬา จำนวน 4 ห้อง
  • ใช้ในการแข่งขันกีฬา และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน และประชาชน
2. อาคารอัฒจันทร์สนามฟุตบอล สนาม 2
  • ห้องพักนักกีฬา จำนวน 2 ห้อง
  • ใช้ในการแข่งขันกีฬา และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน และประชาชน
3. สนามฟุตบอล สนาม 3
  • ห้องพักนักกีฬา จำนวน 2 ห้อง
  • ใช้ในการแข่งขันกีฬา และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน และประชาชน
สนามเบสบอล ประกอบด้วย
1. อาคารอัฒจันทร์สนามเบสบอล สนาม 1 สนามแข่งขัน มีไฟ
   ส่องสนาม 4 เสา ๆ ละ 30 ดวง สตอร์บอร์ด
  • ห้องพักนักกีฬา จำนวน 8 ห้อง
  • ใช้ในการแข่งขันกีฬาเบสบอล
2. อาคารอัฒจันทร์สนามเบสบอล สนาม 1 สนามฝึกซ้อม
  • ใช้ในการฝึกซ้อมกีฬาเบสบอล
สนามฮอกกี้ ประกอบด้วย
1. อาคารอัฒจันทร์สนามฮอกกี้ สนามแข่งขัน มีไฟส่องสนาม 4 เสา ๆ ละ 25 ดวง สกอร์บอร์ด
  • ห้องพักนักกีฬา จำนวน 8 ห้อง
  • ใช้ในการแข่งขันกีฬาฮอกกี้
2. อาคารอัฒจันทร์สนามเบสบอล สนามฝึกซ้อม
  • ใช้ในการฝึกซ้อมกีฬาฮอกกี้
โรงยิมเนเซียม ประกอบด้วย
  • สนามแข่งขันกีฬาในร่ม พร้อมอัฒจันทร์ผู้ชม
  • ห้องพักนักกีฬา จำนวน 3 ห้อง
หอพักนักกีฬา ประกอบด้วย
  • ห้องพักนักกีฬา จำนวน 20 ห้อง
  • ห้องพิเศษ จำนวน 2 ห้อง
  • ห้องประชุม จำนวน 1 ห้อง
  • ชั้นดาดฟ้า
  • ห้องโถง
  • ห้องเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
สนามลอนโบล ประกอบด้วย
สนามลอนโบล 2 สนาม พร้อมอาคารอำนวยการ
  • สนามแข่งขัน 1 สนาม
  • สนามฝึกซ้อม 1 สนาม
สนามวู้ดบอล ประกอบด้วย
  • สนามแข่งขันและฝึกซ้อม 1 สนามบ้านพักคนงาน
  • จำนวน 12 ห้อง (มี 3 แถว ๆละ 4 ห้อง)
ลำดับ รายการ ปี ไฟล์ ดาวน์โหลด
1.
แผนผังสนามกีฬาแห่งชาติ
2553
71
2.
แผนผังอาคารนิมิบุตร
2553
58
3.
ระเบียบกรมพลศึกษาว่าด้วยการใช้บริการสนามและอาคารสถานกีฬา พ.ศ.2556
2556
261
หน้าหลัก
เกี่ยวกับองค์กร
บุคลากร
ข่าวองค์กร
ถาม-ตอบ
สนามกีฬา
ติดต่อองค์กร
กิจกรรม
แผนผังเว็บไซต์
บทความ/สาระน่ารู้
คู่มือ
งานวิจัย
สื่อประชาสัมพันธ์
จดหมายเหตู
วาระงานผู้บริหาร
ปฏิทินกิจกรรม
ตารางการใช้สนามกีฬา
แบบสำรวจความคิดเห็น
แผนปฏิบัติราชการ
แผนยุทธศาสตร์
คำรับรองปฏิบัติราชการ
สรุปผลปฏิบัติราชการ
รายงานประจำปี
งานบริการ
การมีส่วนร่วมของประชาชน
การถ่ายทอดตัวชี้วัดระดับกรม
กฎหมายและระเบียบ
ระบบภูมิสารสนเทศ ด้านกีฬาและนันทนาการ
ระบบฐานข้อมูลทางด้านกีฬา
ฐานข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา
เว็บไซต์ผู้ฝึกสอนผู้ตัดสิน
เอกสารเผยแพร่
ลิงค์หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ระบบเว็บท่ากรมพลศึกษา
หน่วยงานในองค์กร
มุมการเจ้าหน้าที่
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้
แหล่งนันทนาการ
กิจกรรมนันทนาการ
ชีวิตกับนันทนาการ
นันทนาการช่วยสอน
RSS Facebook YouTube
กรมพลศึกษา
Department of Physical Education
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนามกีฬาแห่งชาติ เลขที่ 154 ถ.พระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร. 0-2214-0120 , แฟกซ์. 0-2216-4408 E-mail : webmaster@dpe.go.th
@ สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2555 กรมพลศึกษา