คำถาม คำตอบ

คำถามที่พบบ่อย


เพื่อให้การบริการด้านสนามและสถานการกีฬาที่อยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ อันเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาให้แก่ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ กรมพลศึกษา จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

  • ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมพลศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการขอ อนุญาตใช้สนามและสถานการกีฬา พ.ศ.2550”
  • ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพันกำหนดเก้าสิบวันนับถัดจากวันประกาศ เป็นต้นไป
  • ข้อ 3 ในระเบียบนี้
    • สนามและสถานการกีฬา หมายความว่า สนาม อาคาร และสถานที่ที่มีไว้เพื่อการฝึกซ้อมกีฬาการแข่งขันกีฬาหรือประโยชน์ทางการกีฬาที่อยู่ในความควบคุมดูแลของกรมพลศึกษา
    • ส่วนราชการ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม สำนักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือในต่างประเทศ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
       
  • ข้อ 4 สนามและสถานการกีฬา มีไว้สำหรับการฝึกซ้อมกีฬา การแข่งขันกีฬา กิจกรรมทางการกีฬาและการอื่นที่สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการพิจารณาเห็นสมควรตามชนิด ประเภท และความเหมาะสมของสนามและสถานการกีฬานั้น
  • ข้อ 5 ผู้ประสงค์จะขอใช้สนามและสถานการกีฬา ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อกรมพลศึกษาโดยระบุสนามและสถานการกีฬา วัตถุประสงค์ รายละเอียด วันและเวลา ที่จะขอใช้ให้ ชัดเจนก่อนถึงกำหนดล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เมื่อผู้ขออนุญาตได้รับแจ้งการพิจารณาอนุญาตแล้ว จะต้องมาทำสัญญาตามแบบและภายในเวลาที่กรมพลศึกษากำหนด จึงจะมีสิทธิใช้สนามและสถานการกีฬานั้น
     

 

ตามระเบียบ กรมพลศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการขออนุญาตใช้สนามและสถานการกีฬา พ.ศ.2550

  • ข้อ 6 ผู้ขออนุญาตจะต้องเสียค่าบำรุงสนามและสถานการกีฬา ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่นในการใช้สนามและสถานการกีฬาให้แก่กรมพลศึกษา การใช้สนามและสถานการกีฬาใดแม้จะเป็นการใช้เพียงบางส่วน ก็ให้เสียค่าบำรุงสถานการกีฬาเต็มจำนวนเสมือนดังว่าเป็นการใช้สนามและสถานการกีฬานั้นทั้งหมด
  • ข้อ 7 ค่าบำรุงสนามและสถานการกีฬาให้คิดตามจำนวนระยะเวลาที่ขอและได้รับอนุญาตให้ใช้แม้ผู้ขออนุญาตจะใช้สนามและสถานการกีฬาไม่ครบจำนวนระยะเวลานั้นก็ตาม

กรณีที่กรมพลศึกษายินยอมให้ผู้ขออนุญาตใช้สนามและสนามการกีฬาเกินกว่ากำหนดเวลาที่ขอ และได้รับอนุญาตผู้ขออนุญาตจะต้องเสียค่าบำรุงสนามและสถานการกีฬาส่วนที่เกินกำหนดเวลานั้นในอัตราหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าบำรุงสนามและสถานการกีฬาปกติ และค่าใช้จ่ายอื่นตามที่กรมพลศึกษาพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมและถูกต้อง
 

 

ผู้เข้าใช้สระว่ายน้ำของกรมพลศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  • ประเภทที่ 1 : ผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็น ให้สมัครเป็นสมาชิกสระว่ายน้ำต่อกรมพลศึกษา
  • ประเภทที่ 2 : ผู้ที่ว่ายน้ำเป็นแล้ว ให้สมัครเป็นสมาชิกสระวายน้ำกรมพลศึกษา ต่อสำนักการกีฬา กรมพลศึกษา โดยจะต้องผ่านการทดสอบจากเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยทางน้ำของกรมพลศึกษา
  • ประเภทที่ 3 : ผู้ที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ให้สมัครเป็นสมาชิกสระว่ายน้ำกรมพลศึกษา โดยผ่านเกณฑ์ที่สำนักการกีฬากำหนด

ผู้สมัครเป็นสมาชิกจะต้องยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐาน ดังนี้

  • รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  • สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน นักศึกษา หรือบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการจำนวน 1 ฉบับ
  • ใบรับรองแพทย์ แสดงว่าเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ เหมาะสมที่จะเล่นกีฬาได้